#5คีย์แห่งความสำเร็จของมนุษย์

.

ผมเชื่อว่าไม่มีใครโง่ ใครกระจอก แต่มีแค่ รู้หรือไม่รู้เท่านั้น ส่วนการที่ใครจะเก่งกว่ากันนั้น ตัวแปรคือ ความใส่ใจและความเพียรที่ใส่ไปกับสิ่งที่อยากรู้ก็เท่านั้น อยากเป็นแบบไหนก็ขวนขวายให้จนรู้และใส่ใจด้วยความเพียรให้สุดกำลัง จนกระจ่างแจ้ง คุณก็จะเป็นคนเก่งในเรื่องนั้นได้โดยไม่แพ้ใคร เชื่อเหอะว่าชีวิตคุณออกแบบเองได้ และนี่ละเรียกว่าศักยภาพมนุษย์ที่แฝงอยู่ในมนุษย์ทุกคน อยู่ที่ว่าคุณจะดึงมันมาใช้หรือเปล่าก็เท่านั้น!!

.

มนุษย์ถูกออกแบบให้เหมือนกันทุกคน แต่สิ่งที่ทำให้ต่าง มีทั้งคนเก่งและไม่เก่ง คนสำเร็จไม่สำเร็จ และคนรวยคนจน ล้วนแล้วแต่มีปัจจัยที่ทำให้ก่อเกิด ซึ่งผมได้รวบรวมมาเป็น

.

5 องค์ประกอบที่สร้างความต่างคือ

.

1) ทัศนคติของมนุษย์ (Human attitude)

.

จุดสำเร็จของมนุษย์ที่สำคัญที่สุดคือทัศนคติ เพราะทัศนคติจะก่อเกิดเป็น Mindset ที่ส่งผลถึงการกระทำ ดั่งคำสอนของพระพุทธเจ้าที่ว่า “โลกหมุนไปตามความคิดและจิต” นั่นคือหากคิดสิ่งใดย่อมได้สิ่งนั้นเพราะความคิดจะมีผลต่อการกระทำเสมอ 

.

หากคิดว่าชาตินี้โชคร้ายเกิดมาจนชีวิตคงตั้งตัวไม่ได้ คุณก็จะได้รับความโชคร้ายแบบนี้ไปทั้งชีวิต เพราะเมื่อเชื่อว่าชีวิตนี้คงไม่มีวันสำเร็จคงลำบากตลอดไป สมองก็จะปิดกั้นไม่ให้ค้นหาทางออกทันที จึงส่งผลไม่ให้เกิดการกระทำขึ้น นั่นคือจะไม่คิดขวนขวายหาลู่ทางความสำเร็จ เพราะคิดแล้วว่าสู้ไปก็เสียเวลาเนื่องจากไม่มีความเชื่อว่าชีวิตก็สำเร็จได้เช่นกัน สุดท้ายเค้าก็ต้องจมอยู่บนกองทุกข์ตลอดไป

.

กลับกัน ถึงแม้คนผู้นั้นจะเกิดมาจนระดับแย่งข้าวหมา แต่หากมีMindset มีความศรัทธาอย่างแน่วแน่ว่าวันนึงต้องมีชีวิตที่ดีให้ได้ ต้องตั้งตัวให้ได้ เค้าก็จะดิ้นรน ต่อสู้ ขวนขวายเพื่อหาโอกาสในทุกวิถีทางเพื่อจะทำให้ตัวเค้าหลุดพ้นจากความทุกข์ สุดท้ายหากเค้ามี สติ ปัญญา วินัยและความเพียรในการขับเคลื่อน แม้จะเคยจนแทบตายก็ต้องหลุดพ้นได้แน่นอนในสักวัน 

.

ซึ่งความคิดที่จะก่อเกิดผลสำเร็จจะต้องประกอบด้วย สติและปัญญามาควบคุมด้วยเสมอ และต้องเข้าใจในกฎของเหตุและผล นั้นคือต้องรู้ว่าความสำเร็จจะเกิดขึ้นได้ต้องเกิดจากการกระทำแบบไหนวิธีไหน ซึ่งหากคิดอยากสำเร็จแต่ไม่ลงมือทำ หรืออยากสำเร็จแต่กลับเอาแต่ขอพรพระทุกวันเพื่อให้ถูกหวยรวยทรัพย์ การทำแบบนี้ต่อให้อีก100ชาติก็คงลำบากเหมือนเดิมทุกชาติภพ ฉะนั้นทุกๆทัศนคติต้องมีสติและปัญญามาควบคุมเสมอ

.

พระพุทธเจ้าจึงแบ่งทัศนะคติคนออกเป็น4ประเภท โดยเปรียบกับบัว4เหล่า ได้แก่

.

1.1 อุคคฏิตัญญู ผู้ที่อยากพัฒนาตนอย่างไม่มีที่สิ้นสุด พร้อมเปิดรับกับทุกสิ่ง ทำตัวเป็นน้ำไม่เต็มแก้ว มีแรงบันดาลใจขับเคลื่อนด้วยตนเอง พยายามค้นคว้าหาความรู้ และนำความรู้มาลงมือปฏิบัติจริงเพื่อค้นหาความสำเร็จให้ชีวิต กลุ่มนี้เปรียบเสมือนดอกบัวที่อยู่พ้นน้ำ เมื่อต้องแสงอาทิตย์ก็เบ่งบานทันที

.

1.2 วิปจิตัญญู ผู้ที่พยายามพัฒนาตน แต่ยังไม่เต็มที่ เพราะไม่รู้แนวทางที่ถูกต้อง และไม่มีแรงบันดาลใจขับเคลื่อนด้วยตนเอง ต้องพึ่งพาแรงบันดาลใจจากผู้อื่น ต้องมีคนคอยกระตุ้นจึงคิดจะลุกขึ้นมาเป็นครั้งคราว คนผู้นี้เปรียบเสมือนดอกบัวที่อยู่ปริ่มน้ำซึ่งจะบานในวันถัดไป

.

1.3 เนยยะ ผู้ที่เฉยๆกับชีวิต ไม่คิดพัฒนาตน ใช้ชีวิตเรื่อยๆ เพราะไม่มีแรงกระตุ้นให้กระทำ แต่เมื่อใดที่เกิดวิกฤตในชีวิต จะพร้อมเปิดรับเพื่อต้องการให้ตัวเองหลุดพ้นจากวิกฤตนั้นๆ คนผู้นี้เปรียบเสมือนดอกบัวที่อยู่ใต้น้ำ ซึ่งจะค่อยๆ โผล่ขึ้นเบ่งบานได้ในวันหนึ่ง

.

1.4 ปทปรมะ ซึ่งจะแบ่งเป็นคน2ประเภท ประเภทแรกคือผู้ที่นึกว่าตัวเองเก่งพอแล้วเจ๋งแล้ว เป็นกบในกะลา ไม่คิดเปิดรับกับสิ่งใหม่ๆเพราะคิดว่าตนสุดยอดแล้ว ทั้งที่ในความเป็นจริงมีความรู้เพียงแค่หางอึ่ง ประเภทสองคือ ผู้ที่ไร้ซึ่งความเพียร ขาดความเชื่อว่าตนเองพัฒนาได้ ไม่เชื่อในศักยภาพของตนเอง มักดูถูกตัวเอง ต่อให้เจอสารพัดวิกฤตในชีวิตก็ไม่คิดสู้เพราะตราหน้าตนเองไว้แล้วว่าสู้ไปก็ไม่สำเร็จ คนพวกนี้เปรียบเสมือนดอกบัวที่จมอยู่กับโคลนตม ต้องตกเป็นอาหารของเต่าปลา ไม่มีโอกาสโผล่ขึ้นพ้นน้ำเพื่อเบ่งบาน

.

ซึ่ง3 จำพวกแรกเรียกว่าเวไนยสัตว์ (สามารถแนะนำสั่งสอนได้) ส่วนปทปรมะเป็นอเวไนยสัตว์ (ไม่อาจแนะนำสั่งสอนได้ต้องจมทุกข์ตลอดไป)

.

จากการแบ่งทัศนะคติคนของพระพุทธเจ้าจะเห็นได้ว่า ไม่แปลกเลยที่ทำไมมนุษย์ในแต่ละคนจึงมีความสำเร็จที่แตกต่างกัน สาเหตุเป็นเพราะทัศนะคติเป็นตัวกำหนดชีวิตนั่นเอง

.

.

2) สิ่งแวดล้อมของมนุษย์ (Human Environment)

.

สิ่งแวดล้อม ประกอบไปด้วย ชาติ ศาสนา วัฒนธรรม สังคม ชุมชน เพื่อนและครอบครัว ยิ่งเล็ก ยิ่งมีอิทธิพลต่อตนสูง ครอบครัว เพื่อน และชุมชนจึงมีอิทธิพลสำคัญที่จะเป็นตัวชี้นำชีวิตได้ หากจิตใจไม่เข้มแข็งพอก็จะคล้อยตามคนรอบข้างได้เสมอ จึงไม่แปลกที่ทำไมชุมชนแออัดจึงเต็มไปด้วยกลุ่มคนติดยาและการพนัน และไม่แปลกที่เห็นสถาบันช่างยกพวกมาตีกันเป็นประจำ เพราะต่างโดนปลูกฝังค่านิยมแบบผิดๆเสมอมา 

.

มนุษย์เป็นสัตว์สังคม ฉะนั้นหากอยู่ในสังคมที่ดีก็จะส่งผลชี้นำไปสู่สิ่งที่ดี แต่หากอยู่ในสังคมที่เลวก็จะพากันลงเหวได้เช่นกัน นักจิตวิทยาทางสมองกล่าวไว้ว่าหากอยากเป็นคนสำเร็จก็ให้พาตัวเองไปอยู่ในกลุ่มของผู้สำเร็จ คำสอนนี้พระพุทธเจ้าทรงสอนมาแล้วกว่า2500ปีก่อน ด้วยกัลยาณมิตตตา คือให้คบเพื่อนที่คิดดีทำดีพูดดี และ สัปปุริสูปัสสยะ คือให้คบหาสมาคมกับท่านที่เป็นนักปราชญ์บัณฑิต เพราะหากคบปราชญ์ย่อมชี้นำหาทางออกให้เราได้เสมอ และหากมีเพื่อนที่ดีมักช่วยห้ามปรามไม่ให้เราหลงผิดได้เช่นกัน

.

ฉะนั้นแม้คุณจะเกิดมาในชุมชนเพื่อน และครอบครัวที่ไม่ได้ช่วยชี้นำชีวิตไปสู่สิ่งที่ดีก็ตาม แต่ขอให้มีใจที่เข้มแข็งไม่คล้อยตาม และพยายามค้นหาสังคมกลุ่มคนดีๆมีแนวคิดดีๆที่รักความสำเร็จ กลุ่มรักการเรียนรู้พัฒนาตนเอง คุณก็จะสามารถยกระดับชีวิตได้ทันที เพราะอย่างที่บอกสังคมและเพื่อนมักจะชี้นำไปสู่สิ่งที่ดีหรือชั่วให้เราคล้อยตามได้เสมอ ฉะนั้นจงหา Mastermind ของตัวเองให้เจอ

.

นี่จึงเป็นจุดที่ทำให้เกิดความแตกต่างระหว่างคนสำเร็จ และล้มเหลว คนดีและคนเลว

.

.

3) ทักษะของมนุษย์ (Human skill)

.

ทักษะเป็นสิ่งที่ยุติธรรม ทักษะคือ ทุกสิ่งทุกอย่างบนโลกนี้ที่มนุษย์ทุกคนสามารถเรียนรู้ได้ ซึ่งมนุษย์ทุกคนมีศักยภาพนี้อยู่ในตน ทักษะจึงเป็นสิ่งที่ฝึกฝนได้ เรียนรู้ได้ อยากเป็นผู้เชี่ยวชาญก็ยังได้แค่นำตนเองไปอยู่กับสิ่งนั้นและฝึกฝนพัฒนาในเรื่องนั้นๆอย่างต่อเนื่อง คุณก็จะมีทักษะเรื่องนั้นติดตัวได้เสมอ อยากเก่งเรื่องไหนก็แค่เรียนรู้ฝึกฝนจนเป็น

.

และนี่คือสิ่งที่ทำให้มนุษย์เก่งด้านต่างๆไม่เหมือนกัน จนเป็นที่มาของความแตกต่าง บางคนเก่งการตลาดซึ่งให้ไปทำการเกษตร คงไม่เป็นแน่นอน เช่นเดียวกันกับ ป้าผู้มีอาชีพเกษตรกรชาวสวน หากให้ไปคิดกลยุทธ์การตลาดคงไม่รู้เรื่องเช่นกัน

.

แต่หากผมให้เค้าสลับตำแหน่งหน้าที่กัน โดยให้เวลาเค้าทั้ง2คนศึกษาเรียนรู้ทั้งภาคปฏิบัติและทฤษฏีอย่างจริงจังเป็นเวลา1อาทิตย์

.

เมื่อครบ1อาทิตย์ ป้าเกษตรกร สามารถรู้วิธีการแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่าให้สินค้าของตน ทำแพคเกจจิ้ง เพื่อสร้างแบรนด์ และรู้ช่องทางการวางจำหน่ายและช่องทางการตลาด พร้อมกับเรียนรู้การกำหนดกลยุทธ์ในการแข่งขันได้เลยว่า ต้องทำอย่างไร

.

ขณะที่นักการตลาดก็สามารถรู้วิธีปลูกผักผลไม้ รู้วิธีดูแล รู้วิธีการเก็บเกี่ยวได้อย่างเข้าใจเช่นกัน

.

ฉะนั้นนี่จึงเป็นสิ่งที่ยืนยันได้ว่า ทักษะคือสิ่งที่ฝึกได้ แค่อยากเรียนรู้เรื่องไหนก็แค่ฝึกฝนให้จนเป็น คุณก็จะรู้เรื่องนั้นได้ทันที

.

ยกตัวอย่างให้เข้าใจง่ายๆ เมื่อก่อนคุณอาจเคยคิดเสมอว่าการขับรถคงยาก แต่สุดท้ายแค่คุณฝึกฝนคุณก็ขับได้เช่นเดียวกับคนอื่นๆ ฉะนั้นไม่มีอะไรยากเกินไป ถ้าเราเรียนรู้เรื่องนั้นให้มากพอ

.

4) ความสามารถของมนุษย์ (Human aptitude)

.

มนุษย์ทุกคนถูกสร้างมาให้มีการเรียนรู้ได้ทุกเรื่อง แต่สมองก็ถูกกำหนดให้ถนัดและฉลาดในเรื่องต่างๆไม่เท่ากัน ซึ่งความสามารถและความฉลาดของมนุษย์จะถูกแบ่งออกเป็น9ด้านได้แก่

.

2.1 ความฉลาดทางด้านภาษา (Linguistic intelligence)

ความสามารถเข้าใจความหมายและใช้ภาษา พูด เขียน เรียนรู้และสื่อสารได้ดี เช่น นักพูด นักเขียน นักกฎหมาย

.

2.2 ความฉลาดทางด้านตรรกะ (Logical-mathematic intelligence)

ความสามารถด้านคณิตศาสตร์ เรื่องของเหตุและผล คิดและวิเคราะห์เชิงวิทยาศาสตร์ เช่น นักวิทยาศาสตร์ นักคณิตศาสตร์

.

2.3 ความฉลาดทางด้านดนตรี (Musical intelligence)

ความสามารถในการสร้างสรรค์ดนตรี เข้าใจจังหวะ เช่น นักแต่งเพลง นักร้อง นักดนตรี

.

2.4 ความฉลาดทางด้านมิติ (Spatial intelligence)

ความสามารถในการสร้างภาพในจินตนาการและนำมาสร้างสรรค์เป็นผลงาน เช่น จิตกร ดีไซเนอร์ สถาปนิก

.

2.5 ความฉลาดทางด้านการเคลื่อนไหวร่างกาย (Bodily-kinesthetic intelligence)

ความสามารถในการใช้ร่างกายเคลื่อนไหวอย่างสร้างสรรค์ เช่น นักแสดง นักเต้น นักกีฬา

.

2.6 ความฉลาดในการเป็นผู้นำ (Interpersonal intelligence)

ความสามารถในการเข้าใจความรู้สึกนึกคิดของผู้อื่น สามารถสร้างแรงจูงใจผู้อื่น เช่น นักการเมือง นักขาย นักโฆษณา

.

2.7 ความฉลาดภายในตน (Intrapersonal intelligence)

ความสามารถในการเข้าอกเข้าใจความรู้สึกภายในของผู้อื่น เช่น นักเขียน จิตแพทย์

.

2.8 ความฉลาดทางด้านธรรมชาติ (Naturalist intelligence)

ความสามารถในการเรียนรู้ธรรมชาติ พืช สัตว์และสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติ

.

2.9 ความฉลาดในการคิดใคร่ครวญ (Existential intelligence)

ชอบคิด สงสัยใคร่รู้ตั้งคำถามกับตัวเองเพื่อการค้นหาคำตอบด้วยการทดลองสิ่งใหม่ เช่น นักคิด นักวิจัย

.

และนี่คือความฉลาดทั้ง9 ด้านที่ทำให้มนุษย์ เชี่ยวชาญไม่เหมือนกัน แต่ทุกด้านสามารถฝึกฝนได้หมดเช่นกัน จุดตั้งต้นหากใช้ระดับความเพียรที่เท่ากันคุณไม่มีทางชนะผู้ที่ฉลาดเฉพาะด้านได้ แต่หากคุณเติมความเพียรและทุ่มเทให้มากกว่า เชื่อเหอะ!! คุณก็จะสามารถชนะพวกที่ฉลาดเฉพาะด้านได้เช่นกันอย่างแน่นอน 

.

สรุป จะเห็นได้ว่าคุณไม่ใช่โง่กว่าเค้าแต่เพียงแค่ความฉลาดในด้านต่างๆของคนเราไม่เหมือนกันก็แค่นั้นเอง ซึ่งหากคุณรู้ว่าคุณถนัดเรื่องไหนก็จงสร้างเสริมเรื่องนั้นๆให้เป็นจุดเด่นขึ้นมา คุณก็จะสำเร็จเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องนั้นๆได้เลยเช่นกัน แต่ปัจจัยที่จะทำให้คุณเก่งกาจเท่ากับพวกฉลาดเฉพาะด้านได้ นั่นคือ จงเติมความเพียรลงไปสุดกำลัง เค้าทำ60 คุณต้องทำ100 คุณก็จะชนะได้แน่นอนเช่นกัน

.

.

5) พรสวรรค์ของมนุษย์ (Human talent)

.

พรสวรรค์เฉพาะด้าน ในแต่ละคนอาจมีไม่เท่ากันก็จริง แต่ผมเชื่อว่าพรแสวงสำคัญกว่าพรสวรรค์ เพราะต่อให้มีพรสวรรค์อันเป็นเลิศหากขาดพรแสวงก็ไม่มีทางไปถึงจุดสำเร็จได้แน่นอน

.

“พรสวรรค์” คือสิ่งพิเศษที่บุคคลหนึ่งได้รับมาจากธรรมชาติมากกว่าคนอื่นจะด้วยพันธุกรรมหรือสิ่งแวดล้อมก็ตาม เช่น เล่นดนตรีหรือกีฬาเก่ง พูดเก่ง ร้องเพลงเก่ง ฯลฯ เป็นต้น

.

“พรแสวง” คือ การบากบั่นด้วยความเพียรโดยไม่มีข้อได้เปรียบทางธรรมชาติ แต่ที่ประสบความสำเร็จได้นั้นเพราะการฝึกฝนจนเชี่ยวชาญ

.

จากความหมายทั้ง2จะเห็นได้ว่า พรแสวงก็สามารถท้าชิงพรสวรรค์ได้เช่นกัน ถ้าผ่านการฝึกฝนจนเชี่ยวชาญ

.

อย่างที่โทมัส อัลวา เอดิสัน ผู้ผลิตหลอดไฟคนแรกของโลกกล่าวไว้ว่า

.

“ความสำเร็จของเค้าใช้พรสวรรค์แค่1% แต่อีก99% ใช้พรแสวงด้วยความเพียรที่มากถึงหลายพันครั้งจึงจะสำเร็จได้”

.

ฉะนั้นจะเห็นได้ว่าต่อให้มีพรสวรรค์ให้ตายแต่หากขาดความเพียร พรสวรรค์ก็ไร้ค่า เพราะ “พรสวรรค์” ไม่ใช่พรอัตโนมัติ ที่เปิดสวิตซ์ก็เกิดความเป็นเลิศ จำเป็นต้องฝึกฝน บางคนถึงแม้รู้ว่าตนมี “พรสวรรค์” ในบางเรื่องแต่ถ้าไม่มีการพัฒนาขึ้นมาก็สูญเปล่า

.

โลกนี้อาจไม่ยุติธรรมก็จริงที่ให้บางคนมีพรสววรค์ด้านต่างๆที่เหนือกว่า แต่ก็ไม่เห็นยากเลย พรสวรรค์มีเหรอ คุณก็แค่ใช้พรแสวงให้มากกว่าเค้าสิ เชื่อเหอะคุณก็ไม่แพ้เค้าหรอก

.

เพราะต่อให้ไม่มี “พรสวรรค์” เลยสักนิด หากบากบั่นมานะก็สามารถบรรลุเป้าหมายได้เช่นกัน เช่น ช่างฝีมืองานศิลป์ระดับสูง ในตอนเริ่มแรกเค้าไม่รู้จักวิธีการแต่อย่างใด แต่เมื่อฝึกฝนทักษะมากขึ้นก็กลายเป็นผู้เชี่ยวชาญได้ในที่สุด

.

จำไว้!! ไม่มีแชมป์เปี้ยนคนไหนไม่มีการฝึกฝน เกิดมาแล้วเก่งเลย ไม่มีใครเป็นนักวิชาการชั้นยอดได้ หากไม่เคยศึกษาเรียนรู้มาก่อน ไม่มีใครเล่นดนตรีได้สุดเทพมาแต่เกิด ทั้งหมดต้องผ่านการฝึกฝนมาอย่างหนักหน่วงทั้งสิ้น ผมถึงบอกไงว่า พรสวรรค์เพิ่มความได้เปรียบได้ก็จริง แต่ใช่ว่าจะมากมาย สุดท้ายถ้าไม่ฝึกก็ใช่ว่าจะเก่งได้ แต่ที่สำคัญ ขอให้รู้ว่า แม้คุณจะไม่มีพรสววรค์ แต่ทุกคนมีพรแสวงอยู่ในตัว อยู่ที่ว่าได้ใช้มันอย่างทุ่มเทซ้ำๆ ฝึกฝนจนหนักหน่วงย้ำๆเท่าพวกที่คุณบอกว่าสำเร็จได้เพราะพรสวรรค์แล้วหรือยัง 

.

ฉะนั้นเลิกอ้างเหอะคนนั้นเค้าเก่งเพราะเค้ามีพรสวรรค์ใครจะไปสู้ได้ คนที่พูดแบบนี้ถามจริงเหอะ ได้เห็นเบื้องหลังของคนที่คุณบอกว่ามีพรสวรรค์แล้วหรือยังว่าเค้าทุ่มเทในการฝึกฝนมากมายแค่ไหน คุณรู้หรือไม่ว่าเส้นทางเค้าหนักหน่วงแค่ไหนกว่าเค้าจะมาถึงจุดนี้ได้ ฉะนั้นหากคุณไม่เคยทุ่มเทแรงกายแรงใจได้เท่าเค้าก็จงหุบปากไปซะไม่ต้องอ้าง!! แล้วจงเปลี่ยนข้ออ้างมาเป็นลงมือทำอย่างจริงจังให้เท่ากับเค้าที่คุณบอกว่าโคตรเก่งเพราะมีพรสววรค์ซะ เชื่อเหอะหากคุณฝึกฝนพัฒนาได้เท่ากับเค้าหรือมากกว่าเค้า คุณไม่ได้ด้อยไปกว่าเค้าเท่าไหร่อย่างแน่นอน!!

.

.

และนี่คือคีย์แห่งความสำเร็จของมนุษย์ ที่ทำให้คุณได้รู้ว่าแท้จริงแล้ว ทุกคนมีโอกาสที่จะประสบความสำร็จได้ทุกคนอย่างเท่าเทียม สำคัญอยู่ที่ว่า ได้สนใจและใส่ใจ พร้อมกับเพียรพยายามไขว่คว้า ค้นหาโอกาสมากแค่ไหนก็เท่านั้นเอง และนี่ละคือศักยภาพมนุษย์ที่มีอยู่ในตัวของมนุษย์ทุกคน

.

.

.

เนื้อหาโดย AcTioN


AcTioN Taywagorn

AcTioN Taywagorn


ผู้เขียนบทความ

“ทุกสิ่งทุกกอย่าง ในโลกนี้ย่อมมีการบ่งบอกความหมายในตัวของมันเสมอ อยู่ที่คุณจะตีความมันออกมาในรูปแบบไหน”










Popular Courses

content marketing
฿12,900.00
฿4,990.00
AcTioN
AcTioN

Content Marketing

117
0


฿12,900.00
฿4,990.00
AcTioN
AcTioN

ดิจิตอล360องศา ปั้นธุรกิจจาก0สู่100

56
0


฿12,990.00
฿4,990.00
AcTioN
AcTioN

คอร์ส “เซียนธุรกิจ360องศา O2O

79
0


฿5,990.00
฿1,990.00
AcTioN
AcTioN

คอร์ส สร้างโฆษณามืออาชีพ ให้ยอดขายกระจุย

260
0


฿2,900.00
฿900.00
AcTioN
AcTioN

คอร์สสอนตัดต่อวีดีโอให้ปังจนใครๆก็อยากแชร์

458
0


฿7,990.00
฿2,990.00
AcTioN
AcTioN

Web Design & SEO

221
0


฿4,990.00
฿1,990.00
AcTioN
AcTioN

คอร์สสอนนำเข้า ส่งออกสินค้า

76
0

บทความ แนะนำ

ความรู้ที่พร้อมเสริฟให้คุณ


5 คีย์แห่งความสำเร็จของมนุษย์


Content is King ตลอดกาล


Tree Model โครงสร้างธุรกิจที่คุณต้องรู้


พระพุทธเจ้าสอนให้เห็นคุณค่าของความรวย